ป้ายกำกับ: แทงหวย

วิธีเพิ่มพลังสมอง

           ในชีวิตคนเรานั้นแต่ละวันจะต้องมีการใช้ความคิดซึ่งการใช้ความคิดนี้เองก็คือการใช้มันสมองในการทำงานและถ้าเราใช้มากๆสมองของเราก็อาจจะเพลียเหนื่อยล้าได้เช่นเดียวกันระบบความคิดอาจจะประสิทธิภาพลดลงได้ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำเกี่ยวกับเรื่องของวิธีการเพิ่มพลังให้กับสมองเพื่อที่เราจะได้มีความพร้อมในการทำงานในแต่ละวันนั้นเอง

           เราสามารถเพิ่มพลังสมองของเราได้ด้วยการเล่นเกมการที่เราหัดเล่นเกมบ่อยๆหัดนึกคิดวิเคราะห์ต่างๆจะเป็นการพัฒนาสมองและทำให้สมองและระบบประสาทมีการเชื่อมต่อกันเนื่องจากว่าสมองของเรานั้นจะต้องมีการประมวลผลเพื่อรับรู้สิ่งใหม่ๆและคิดค้นสิ่งใหม่ๆการที่เราคิดหรือเราเล่นเกมมันจะไปกระตุ้นให้สมองของเรานั้นมีการพัฒนาและมีการใช้งานอยู่ตลอดเวลาทำให้เรานั้นมีความจำที่ดีซึ่งปกติแล้วคนที่สูงอายุนั้นควรจะต้องมีการฝึกเล่นเกมหรือฝึกนักคิดไวๆเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการเป็นโรคอัลไซเมอร์ในอนาคตนั่นเอง 

        การฟังเพลงคลาสสิคก็สามารถช่วยเพิ่มพลังสมองให้ได้เช่นเดียวกันเพราะเป็นการกระตุ้นให้สมองนั้นได้ผ่อนคลายจากเสียงที่เราฟัง  สำหรับการฟังเพลงคลาสสิคนั้นเราควรที่จะมีการเปิดฟังในช่วงเวลาเช้าเพื่อเป็นการกระตุ้นสมองให้มีการทำงานตั้งแต่เช้าซึ่งเราอาจจะเอาเวลาช่วงเวลาที่เราอาบน้ำแต่งตัวนั่นเองในการเปิดเพลงฟังแล้วทำให้เราอารมณ์ดีและมีสมาธิ

          การออกกำลังกายก็เป็นการเพิ่มพลังให้สมองได้เช่นเดียวกันหลายคนมองว่าการออกกำลังกายนั้นเป็นการฝึกให้ร่างกายและจิตใจนั้นแข็งแรงแต่อันที่จริงแล้วมันสามารถพัฒนาสมองให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้อีกด้วยเนื่องจากว่าเมื่อเรามีการออกกำลังกายนั้นร่างกายจะมีสารชนิดหนึ่งหลั่งออกมาซึ่งสารชนิดนี้จะไปทำการเชื่อมต่อกับระบบประสาททำให้สมองของเรานั้นมีการพัฒนาวิเคราะห์และมีความจำที่ดีขึ้นสามารถตัดสินใจและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

            การทำสมาธิก็ส่งผลต่อไปยังสมองได้เช่นเดียวกันไม่เพียงแค่ส่งผลทางด้านจิตใจเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเพราะเมื่อเรามีสมาธิเราจะมีสติและเมื่อมีเหตุการณ์คับขันอะไรเกิดขึ้นเราก็จะไม่ตื่นวิตก โดยการมีสมาธินั้นมันจะส่งผลต่อเซลล์สมองของเราด้วยเพราะถ้าหากเรามีสมาธิเซลล์สมองของเราในส่วนที่พัฒนาเรื่องของการกลัวนั้นก็จะลดลงนั่นเอง

        ดังนั้นสิ่งต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นนั้นซึ่งจึงควรเป็นสิ่งที่เราต้องทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อที่สมองของเรานั้นจะได้มีพลังพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของโรคความจำเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์ในอนาคตนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  แทงหวย

อันตรายจากการใช้แป้งฝุ่น

              เชื่อว่าบ้านทุกบ้านต้องมีแป้งฝุ่นติดบ้านกันทุกหลังอยู่แล้ว เพราะไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือคนหนุ่มสาว รวมถึงคนแก่ ต่างก็ใช้แป้งฝุ่นด้วยกันทั้งนั้น ถึงแม้จะเป็นเด็กทารกก็ยังมีการใช้แป้งฝุ่น อย่างไรก็ตามมีการวิจัยออกมาแล้วว่าการใช้แป้งฝุ่นนั้น ไม่ได้เกิดผลดีเพียงอย่างเดียวเพียงเท่านั้น แต่การใช้แป้งฝุ่นในในบางจุดของร่างกายอาจจะเกิดให้มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งบางชนิดได้เช่นเดียวกัน

           สาเหตุที่ว่าทำไมการใช้แป้งฝุ่นถึงอาจจะทำให้เป็นโรคมะเร็งได้นั้นก็เพราะว่าในแป้งฝุ่นนั้นจะมีแร่ธาตุตัวหนึ่งที่เป็นส่วนผสมอยู่ในแป้งฝุ่นโดยแร่ชนิดนี้เป็นแร่ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติในการช่วยลดความอับชื้น ทำให้ในแป้งฝุ่นจึงมักมีแร่ชนิดนี้ผสมอยู่ โดยแร่ดังกล่าวมีชื่อว่า ทัลคัม

             สำหรับการวิจัยออกมานั้นพบว่า แร่ทัลคัมนี้เองที่เป็นสาเหตุที่ทำให้มีโอกาสเสี่ยงสูงในการเกิดโรคมะเร็ง โดยมะเร็งที่เสี่ยงเป็นมากในการใช้แป้งฝุ่นนั่นก็คือ มะเร็งรังไข่กับมะเร็งปอดนั่นเอง

                 สำหรับวิธีการใช้แป้งฝุ่นที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งทั้งเรื่องของมะเร็งปอดรวมถึงมะเร็งรังไข่นั่นก็คือหากเรามีการทา แป้งตรงบริเวณอวัยวะเพศนั้นมีความเสี่ยงเป็นอย่างมากที่จะทำให้แป้งซึ่งมีส่วนผสมของแร่ทัลคัมกระจายเข้าไปในมดลูกและเข้าไปถึงรังไข่ได้  ดังนั้นจึงห้ามใช้แป้งตรงบริเวณอวัยวะเพศนั้นเอง

                  ในขณะเดียวกันการใช้แป้งก็ไม่ควรใช้ให้แป้งมีความฝุ้งกันไปมากเกินไปเพราะถ้าหากเรามีการสูดดมแป้งเข้าไปเข้าภายในร่างกายมันจะส่งต่อผงแป้งเข้าไปในปอดได้ และจะส่งผลทำให้เรากลายเป็นมะเร็งปอดนั่นเอง

              ดังนั้นการใช้แป้งอย่างปลอดภัยนั่นก็คือการทาบริเวณลำตัวงดการทาบริเวณอวัยวะเพศและการใช้แป้งนั้นควรทาอย่างระมัดระวังพยายามอย่าให้แป้งพุ่งกระจายเข้าไปบริเวณปากหรือแม้แต่จมูกหรือเข้าตาได้เป็นอันขาดและถ้าหากต้องจำเป็นใช้แป้งกับเด็กทารกนั้นควรใช้แป้งอย่างระมัดระวังที่สำคัญควรเลือกแป้งสำหรับใช้กับเด็กเพียงเท่านั้น

         อย่างไรก็ตามได้มีการทำการวิจัยออกมาแล้วว่าผู้ที่มีการใช้แป้งทาตรงบริเวณอวัยวะเพศเป็นระยะเวลาติดต่อกันนานหลายปีมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นโรคมะเร็งและเคยมีข่าวฟ้องร้องเกี่ยวกับเรื่องของการเป็นโรคมะเร็งกับแป้งยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่งมาแล้วซึ่งถ้าหากว่าใครสงสัยว่าตนเองจะมีความผิดปกติหลังจากที่มีการใช้แป้งฝุ่นคุณก็สามารถที่จะไปที่โรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ทำการตรวจและวินิจฉัยอาการให้ได้

 

สนับสนุนโดย.    แทงหวย

How toเมื่อต้องดูแลตัวเอง หากเป็นโรคภูมิแพ้ 

            ปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักมีอาการของการเป็นโรคภูมิแพ้ซึ่งโดยปกติแล้วโรคภูมิแพ้นั้นมักจะเป็นกันมาตั้งแต่เกิดหรือบางคนก็อาจจะมาเป็นภายหลังหลังจากที่โตขึ้นมาแล้วก็เป็นไปได้เช่นเดียวกันซึ่งอาการของโรคภูมิแพ้นั้นมีได้หลายแบบไม่ว่าจะเป็นอาการผื่นขึ้นตามตัวหรืออาการคันตามตัวบางคนจะมีลักษณะของอาการจามและคัดจมูก

          โดยส่วนใหญ่แล้วโรคภูมิแพ้นั้นมักจะรักษาไม่ค่อยหายแต่จะมีอาการตามสภาพของอากาศนั่นเองดังนั้นหากใครเป็นโรคภูมิแพ้แล้วก็  วันนี้เราจะมาแนะนำว่าวิธีการต้องดูแลตัวเองนั้นจะทำอย่างไรได้บ้าง

        แน่นอนว่าอาการภูมิแพ้นั้นส่วนใหญ่เรามักจะกำเริบเพราะร่างกายนั้นอ่อนแอดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือคุณควรจะต้องมีการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายของคนนั้นแข็งแรงเพราะเมื่อร่างกายของคุณแข็งแรงเมื่อไหร่วะภายในของคนนั้นก็จะแข็งแรงตามไปด้วยและมันจะสามารถต่อสู้กับโรคภูมิแพ้ได้นั่นเอง

     ในขณะเดียวกันนั้นนอกจากการที่คุณจะต้องออกกำลังกายแล้วการพักผ่อนก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกันถ้าหากว่าคุณนอนน้อยอาการโรคภูมิแพ้ก็จะเกิดขึ้นได้ง่ายดังนั้นอย่างน้อยที่สุดควรจะต้องมีการนอนไม่ต่ำกว่าวันละ 6 ชั่วโมงหรือถ้าให้เพียงพอจริงๆก็ควรจะนอนวันละ 8 ชั่วโมงจะทำให้ร่างกายของคุณสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาและจะทำให้โรคภูมิแพ้นั้นมีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดขึ้นได้ 

     นอกจากนี้คุณยังต้องเสริมทัพความแข็งแรงของร่างกายของคุณด้วยการเลือกกินอาหารที่ดีมีประโยชน์มีคุณภาพซึ่งเมื่อคุณกินอาหารดีๆมันก็จะไปช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายของคุณได้เช่นเดียวกันดังนั้นอาหารที่ดีและมีประโยชน์จึงได้แก่โปรตีนผักและผลไม้นั้นเอง

           เหนือสิ่งอื่นใดจากการที่กล่าวมาข้างต้นนั้นแล้วคนที่เป็นโรคภูมิแพ้นั้นควรจะต้องมีการหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดโรคได้ง่ายเช่นอาจจะหลีกเลี่ยงไปในจุดที่มีฝุ่นละอองเยอะหรือถ้าหากใครแพ้ขนแมวก็ควรจะหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้แมวหรือไทยที่แพ้เกสรดอกไม้ก็ควรจะหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ดอกไม้นั่นเอง

        ซึ่งถ้าหากเราสามารถที่จะหลีกเลี่ยงออกจากสิ่งที่ทำให้อาการภูมิแพ้ของเรากำเริบได้มันก็จะสามารถช่วยให้เรานั้นควบคุมอาการภูมิแพ้ไม่ให้กำเริบขึ้นมาได้นั่นเองแต่อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าเราดูแลตัวเองเป็นอย่างดีแล้วแต่ยังคงมีอาการภูมิแพ้อยู่และไม่หายขาดคุณควรจะต้องไปติดต่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้โดยเฉพาะเพื่อให้มีการตรวจและวินิจฉัยรวมถึงหาสาเหตุของการเกิดภูมิแพ้และแนวทางในการรักษานั่นเอง ห้ามซื้อยามากินเองอย่างเด็ดขาด 

      

สนับสนุนโดย.  แทงหวย

รู้หรือไม่ต้องทำอย่างไร  ถ้าคุณอยู่ใกล้ชิดกับคนติดเชื้อไวรัสโควิด-19 

          ในตอนนี้หลายคนกำลังเจอกับปัญหาว่าตนเองนั้นต้องมารับรู้ว่าคนใกล้ชิดของตนนั้นติดเชื้อไวรัสโควิด-19  ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับคนที่รู้ว่าคนใกล้ชิดของตนเองซึ่งเคยไปเที่ยวหรือเคยไปสังสรรค์เฮฮาปาร์ตี้ร่วมกันหรือแม้แต่คนในครอบครัวติดไวรัสโควิด-19 นั้นต่างก็รู้สึกใจตุ้มตุ้มต่อมต่อมเลยทีเดียวว่าตนเองนั้นจะติดไวรัส covid-19  ด้วยหรือไม่

          หลายคนก็มีคำถามว่าถ้าหากว่าคนในครอบครัวหรือคนที่เรารู้จักสนิทชิดเชื้อผลตรวจไวรัส covid –19 ออกมาเป็นบวกแล้วเราควรจะทำตัวอย่างไรวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการให้ทราบกันว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดหลังจากที่รู้ว่าคนใกล้ชิดติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้นคุณต้องทำอย่างไรบ้าง  หลายคนอาจจะยังไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อนนั่นเอง

        สำหรับคนที่รู้ว่าคนใกล้ชิดกับตนเองนั้นติดเชื้อไวรัสโควิช- ครั้งแรกที่ต้องรีบทำเลยก็คือ ลอง นึกทบทวนให้ดีว่าในช่วง 14 วันก่อนหน้านั้นได้มีการอยู่ใกล้ชิดกับคนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่ซึ่งถ้าหากมีการใกล้ชิดกันเคยไปเที่ยวด้วยกันหรืออาจจะเคยสัมผัสร่างกายกันคุณควรจะต้องรีบไปตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19

         เพราะเนื่องจากว่าคุณคือกลุ่มเสี่ยงมากที่สุดและ  และถ้าผลตรวจออกมาแล้วปรากฏว่าเป็นลบคุณก็ยังต้องกักตัวอย่างน้อย 14 วันเพื่อสังเกตอาการอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะมีการตรวจซ้ำครั้งที่ 2 ซึ่งการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิช- ยังแค่กลางเดือนนั้นอาจจะทำให้ผลคาดเคลื่อนได้เพราะบางทีเชื้อยังไม่แสดงอาการจึงทำให้ตรวจไม่เจอดังนั้นควรตรวจอย่างต่ำ 2 ครั้งโดยเว้นระยะห่างกันนั่นเอง

      อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าเราไม่ได้สัมผัสกับผู้ที่ป่วยติดเชื้อไวรัส covid –19 และเพียงแค่อยู่ใกล้ๆกันเพียงเท่านั้นถือว่าคุณยังเป็นคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเช่นเดียวกันซึ่งคุณอาจจะใช้วิธีกักตนเองและสังเกตอาการดูก่อน  แต่ถ้าหากให้ชัวร์มากที่สุดก็ควรจะต้องไปทำการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิคด้วยเช่นเดียวกันอย่างไรก็ตามในระหว่างที่คุณกับตัวนั้นคุณจะต้องไม่มีการเข้าใกล้กับคนอื่นๆในครอบครัวโดยคุณจะต้องแยกการใช้งานข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างแม้แต่ห้องน้ำก็ไม่ให้ใช้ร่วมกับคนอื่นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19  หากว่าคุณมีการติดเชื้อนั่นเอง 

         ถ้าหากกักตัวครบ 14 วันแล้วไม่มีอาการอะไรเกิดขึ้นก็ลองตรวจหาเชื้อไวรัส covid-19 สักครั้งหนึ่งเพราะบางทีเชื้อไวรัสโควิช- บางสายพันธุ์ก็ไม่แสดงอาการและถ้าหากผลเป็นลบออกมาก็แสดงว่าคุณสบายใจได้แล้วว่าคุณไม่มีเชื้อไวรัส covid –19 อย่างแน่นอนคุณก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติของคุณได้เองแต่ไม่ควรลืมที่จะสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งและล้างมือบ่อยๆ

 

สนับสนุนโดย.  แทงหวย

สามีหึงโหด ฆ่าเมียเด็กคราวลูกหมกห้อง

         ที่จังหวัดมหาสารคามเกิดเหตุคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 เดือนสิงหาคมปีพศ2563 เมื่อมีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งได้มีการโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าพบศพของลูกสาวตนเองนอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องพักเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงก็พบมีหญิงสาวอายุ 27 ปีนอนเสียชีวิตอยู่ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะมีการถูกฆ่าตายมาแล้ว

หลายชั่วโมงโดยลักษณะการตายนั้นถูกบีบบริเวณลำคอจนถึงแก่ความตายสำหรับคนที่พบศพหญิงสาวคนแรกนั้นเป็นมารดาของหญิงสาวที่เสียชีวิตเองโดยเธอบอกว่าลูกสาวของเธอนั้นเพิ่งแต่งงานกับแฟนที่อายุมากกว่าได้เพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้นและเพิ่งย้ายมาอยู่ด้วยกันที่ห้องพักแห่งนี้ลูกชายของเธอกับแฟนคราวพ่อนั้นกำลังมีแผนว่าจะแต่งงานกันตอนสิ้นปีนี้และเธอมั่นใจว่าที่ลูกสาวของเธอเสียชีวิตนั้น

เป็นที่แฟนของลูกสาวเธอนั้นเป็นคนฆ่าอย่างแน่นอนเพราะว่าตอนที่เธอเดินทางมาถึงที่ห้องพักของลูกสาวเธอนั้นเพื่อนบ้านบอกว่าเห็นสามีของลูกสาวเธอรีบร้อนออกไปจากห้องและช่วงตอนเย็นของวันที่ 13 เดือนสิงหาคมก็ได้ยินเสียงคนทั้งคู่นั้นทะเลาะกันซึ่งเธอคาดว่าน่าจะเกิดมาจากความหึงหวงเนื่องจากอายุของลูกสาวเธอกับสามีนั้นห่างกันมากจนเกินไปโดยเธอบอกว่าสาเหตุที่เธอมาหาลูกสาวของเธอในวันนี้เพราะเธอต้องการที่จะชวนลูกสาวของเธอให้ไปเป็นเพื่อนไปที่ธนาคารแต่ก็ต้องมาเจอลูกสาวของเธอเสียชีวิตอยู่ภายในห้องพักเสียก่อน

         ยังไงก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้มีพยานหลายคนที่เป็นเพื่อนข้างห้องยืนยันว่าช่วงประมาณ 16:00 น ของเมื่อวานคนทั้งคู่นั้นทะเลาะกันเสียงดังอีกครั้งเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่งก็เห็นว่าฝ่ายชายนั้นรีบขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกไปจากห้องพักแล้วก็ไม่กลับเข้ามาที่ห้องอีกเลยจึงเชื่อกันว่าคนที่ฆ่าหญิงสาววัย 27 ปีนั้นก็คือสามีของหญิงสาวนั้นเองซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังมีการติดตามตัวสามีของหญิงสาวมาสอบปากคำเพิ่มเติมโดยอาศัยการตรวจสอบข้อมูลจากสัญญาณโทรศัพท์มือถือและกล้องวงจรปิดตามถนนต่างๆที่คาดว่าสามีของหญิงสาวน่าจะขี่รถออกไป 

    สำหรับเหตุการณ์สามี ภรรยา หึงหวงกันและก่อเหตุทำร้ายกันรุนแรงจนถึงแก่ความตายนั้น เรามักจะพบเห็นกันอยู่แทบจะทุกวัน ซึ่งการครองคู่กันควรจะพูดจากันดีดี เพราะผลเสียที่ตามหาหากเรามีการใช้อารมณ์ที่รุนแรงนั้นเยอะมาก อย่างกรณีเหตุการณ์นี้ หากคนร้ายเป็นสามีของผู้เสียชีวิตจริงๆ เขาก็ต้องถูกจับ ต้องไปใช้กรรมในคุกตอนแก่ ซึ่งไม่คุ้มเลย

 

สนับสนุนโดย  แทงหวย