หมวดหมู่: สุขภาพ

2 สัญญาณบ่งบอก ลิ่มเลือดอุตัน

ซึ่งวันนี้เราก็จะมาบอกอาการที่จะเตือนว่าตัวขงคุณเองนั้นอาจจะเกิดโรค ลิ่มเลือดอุตัน สมองแล้วหรือยังหากใครก็ตาที่มีอาการของลิ่มเลือดไปอุตันสมองแล้วจะต้องทำการรักษาใน3ชั่วโมงทันทีหากคุณไปถึงโรงพยาบาลช้าเกินไปก็จะมีความเสี่ยงที่จะทำให้คุณกลายเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้

ดังนั้นวันนี้เราก็จะมาบอกสัญญาณที่จะคอยเตือนว่าคุณนั้นเป็นอาการลิ่มเลือดเข้าไปอุตันสมองแล้วหรือยังจะได้รู้ทันที่จะแก้ไขและทำการรักษาได้อย่างทันทีพร้อมแล้วไปดูกันเลยว่ามีสัญญาณอะไรกันบ้าง

สัญญาณที่หนึ่ง พูดไม่ชัด สำหรับใครที่อยู่ปกติเราเป็นคนพูดชัดอยู่แล้วพูดดีพูดได้ปกติอยู่แล้วอยู่ก็พูดไม่ชัดขึ้นมาลิ้นแข็งลิ้นพันกันหรือบางทีก็ไม่สามารถพูดออกมาได้เลยมันก็อาจจะเป็นสัญญาณหนึ่งที่มันจะเป้นตัวบ่งบอกว่าคุณอาจจะมีเส้นเลือดอุตันแล้วก็ได้ในสมอง

ลิ่มเลือดอุตัน เพราะว่าเวลาเส้นเลือดมันไปอุตันบริเวณที่จะไปเลี้ยงสมองที่ทำหน้าที่ในการบังคับในการพูดของเราที่จะเป็นการควบคุมการพูดคุยของเราก็จะทำให้ส่วนนั้นทำหน้าที่ผิดปกติไปก็จะส่งผลทำให้เราพูดได้ไม่ชัดหลายคนก็ภามมาว่าทำยังไงให้รู้ว่าเราพูดไม่ชัด

โดยจะมีวิธีง่ายๆให้คุณลองพูดประโยคนี้ที่พูดว่า “ ยายพาหลานไปซื้อขนมที่ตลาด “ ยังไงก็ลองหัดพูดดูนะถ้าหากคุณพูดได้ก็แสดงว่าคุณพูดชัดแล้วแต่ถ้าเราพูดไม่ได้ “ ยายพาหลานไปซื้อขนมที่ตลาด “ ก็แสดงว่าคุณนั้นผิดปกติแล้วให้คุณรีบไปโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาต่อไป

สัญญาณที่สอง มีอาการวิงเวียนศีรษะ โดยอาการวิงเวียนศีรษะอาการนี้ก็เป็นสัญญาณหนึ่งที่จะบ่งบอกว่าคุณอาจจะเป้นเส้นเลือดสมองตีบแตกตันแล้วก็ได้แต่เราต้องบอกเอาไว้ก่อนเลยว่าอาการวิงเวียนศีรษะไม่ใช่ว่าจะเป็นเส้นเลือดตีบตันอย่างเดียวอาจจะเกิดจากโรคอื่นก็ได้อย่างเช่นโรคหินปูในหูหลุด

แต่ทั้งสองโรคนี้ก็จะมีความแตกต่างกันถ้าเป็นเส้นเลือดนสมองตีบหรือว่าลิ่มเลือดอุตันก็จะมีอาการวิงเวียนศีรษะมากเลยและพักยังไงก็ไม่ทำให้ดีขึ้นจะกินยาแก้วิงเวียนศีรษะไปแล้วก็ยังไม่ดีขึ้นอยู่นิ่งๆแล้วก็ไม่ดีขึ้นจะนอนก็แล้วจะนั่งก็แล้วก็ยังไม่ดีขึ้นเลยร่วมกับมีอาการอาเจียนพุ่งด้วยอันนี้ก็อาจจะเป็นตัวบ่งบอกได้ว่ามันอาจจะไม่ใช่แล้วอาจจะเป้นเส้นเลือดในสมองอุตันแล้วก็ได้

 

สนับสนุนโดย.  แทงหวยหุ้น

โรคไข้เลือดออก 

         อย่างที่เรารู้กันดีว่าโรคไข้เลือดออกนั้นเป็นโรคที่เมื่อเป็นแล้วมีความเสี่ยงสูงที่อาจจะเสียชีวิตและที่สำคัญการที่เราเป็นโรคไข้เลือดออกได้นานก็ต้องถูกยุงลายกัด  และเรื่องรายนั้นมักจะชอบอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศร้อนชื้นและประเทศไทยก็มีอากาศที่เหมาะสมกับการเติบโตของยุงลายนั่นเอง

       อย่างไรก็ตามสำหรับในประเทศไทยนั้นถ้าหากหลายคนสังเกตได้ดีจะเห็นได้ว่ายุงลาย จะออกหากินในช่วงเวลากลางวันและเรามักจะเห็นยุงลายในบ้านเรานั้นไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลไหนก็ตามแต่แต่ที่จะมีมากที่สุดก็คือเราจะเห็นยุงลายในช่วงฤดูฝนโดยถ้าหากเข้าสู่หน้าฝนเมื่อไหร่แล้วเราก็จำนวนผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้เลือดออกก็จะเพิ่มสูงมากขึ้น

          อย่างไรก็ตามมีการตรวจสอบสถิติของผู้เสียชีวิตจากการป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกนั้นมีเป็นจำนวนหลายพันคนเลยทีเดียวซึ่งส่วนใหญ่คนเป็นโรคไข้เลือดออกมักจะมีอายุอยู่ที่ราวราว 10 ขวบจนถึง 24 ปี และถึงแม้ว่าเราจะมีการประกาศเตือนให้ระมัดระวังโรคไข้เลือดออกเป็นประจำทุกปีแต่ก็จะเห็นได้ว่าในทุกๆปีนั้นจำนวนคนที่เป็นโรคไข้เลือดออกนั้นก็จะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

      สำหรับวิธีการที่เราจะรู้ได้ว่าเราเป็นโรคไข้เลือดออกหรือไม่นั้นให้เราสังเกตตัวเองได้ง่ายๆนั่นก็คือเมื่อเรารู้สึกว่าเรามีไข้และตัวร้อนซึ่งเมื่อวัดอุณหภูมิแล้วจะค่อนข้างสูงมากประมาณ 39-40 องศาเซลเซียสที่สำคัญจะมีอาการปวดเมื่อยตามร่างกายและไม่ค่อยมีแรงหรือถ้าหากใครมีอาการที่ค่อนข้างรุนแรงมากจะสังเกตได้ว่าตรงบริเวณผิวหนังของเรานั้นจะมีลักษณะของรอยเลือดเป็นจ้ำๆขึ้นทั่วทั้งตัวเลยทีเดียวนั่นแสดงให้เห็นถึงว่าคุณกำลังเป็นโรคไข้เลือดออกแล้วนั่นเอง

      อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณรู้สึกว่าตัวเองนั้นกำลังเป็นโรคไข้เลือดออกไม่แนะนำให้ซื้อยามารับประทานกินเองเพราะโรคไข้เลือดออกนั้นอาการจะมีขึ้นมาอย่างเฉียบพลันควรจะอยู่ภายใต้การดูแลของคุณหมอที่โรงพยาบาลจะดีที่สุดเพราะถ้าหากมีอาการอะไรเกิดขึ้นคุณหมอจะได้รีบรักษาได้อย่างทันท่วงที

            อย่างไรก็ตามเราสามารถป้องกันตัวเราเองให้ห่างไกลจากโรคไข้เลือดออกได้ด้วยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายซึ่งเรารู้ดีอยู่แล้วว่ามันชอบอยู่ในบริเวณที่ร้อนชื้นรวมถึงแหล่งน้ำรอบๆบ้านของเราก็ควรที่จะกำจัดใส่ผงจำกัดยุงลายในน้ำก็จะสามารถช่วยป้องกันไม่ให้บริเวณรอบบ้านของเรามียุงลายเกิดขึ้นได้นั่นเอง 

      อย่างไรก็ตามสำหรับโรคไข้เลือดออกนั้นปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีวัคซีนที่สามารถจะทำการฉีดป้องกันเอาไว้ได้ ดังนั้นเราจึงต้องดูแลตัวเองให้ดีพยายามอย่าให้ถูกยุงลายกัด  และให้กำจัดแหล่งที่จะทำให้มีการเพาะพันธุ์ยุงลาย

 

สนับสนุนโดย    ซื้อหวยออนไลน์ เว็บไหนดี

ลดน้ำหนัก ไม่ถูกต้อง ระวังยาที่มี ลอร์คาเซริน

ความสวยกับหญิงสาวเป็นสิ่งคู่กัน โดยเฉพาะเรื่องรูปร่างที่เป็นเรื่องพึงพอใจเฉพาะบุคคล คนที่มีน้ำหนักตัวเกินและไม่มีความมั่นใจ อยากผอมลง น้ำหนักลดลงนั้น แต่ไม่ไม่ค่อยมีเวลาบริหารร่างกาย จึงคิดใช้แนวทางลัดสำหรับการลดหุ่นโดยการเลือกกินยาลดความอ้วน เพื่อหวังผลให้น้ำหนักตัวลดน้อยลงอย่างเร็ว แม้กระนั้นหารู้ไหมว่ายาดลดน้ำหนักที่เลือกกินเข้าไป บางเวลาอาจมีการใช้สารไซบูทามีน ทำให้เมื่อคนซื้อกินไปแล้วมีลักษณะอาการ ใจสั่น หน้ามืด ตามมา 

Lorcaserin เป็นยาที่มีผลต่อระบบประสาท เพื่อลดความต้องการกินลงได้และที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ว่าผลเสียของมัน คือ อาการปวดหัว เวียนหัว ส่งผลให้อาจเกิดอาการทางจิตรวมทั้งประสาท และก็หัวใจ นอกจากนี้ยังห้ามใช้ในคนท้อง หรือคนที่มีภาวะขาดตกบกพร่องของตับและก็ไต ในต่างแดนจัดเป็นยาควบคุมและก็การใช้ยาจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

การออกฤทธิ์ของลอร์คาเซริน

ออกฤทธิ์ควบคุมความต้องการจะกินผ่านระบบประสาทศูนย์กลาง ผลข้างเคียง คือ มีฤทธิ์กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดอาการไม่ปรารถนา ตัวอย่างเช่น ปวดหัว เวียนหัว ส่งผลต่อหัวใจ และอาการทางจิตกับประสาท 

จากการใช้งาน ลอร์คาเซริน ในต่างแดน มันจะถูกห้ามใช้ในกลุ่มคนที่เป็นโรคอ้วน น้ำหนักตัวมากกว่าเกณฑ์หรือมีโรคประจำตัวอื่น ๆ อาทิเช่น โรคเบาหวาน ความดันเลือดสูง ด้วยเหตุดังกล่าวการใช้ลอร์คาเซริน จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ไม่ใช้ร่วมกับยาควบคุมน้ำหนักประเภทอื่น ๆ และก็เมื่อใช้แล้วเจออาการผิดปกติ จะต้องหยุดใช้ยาทันที

เพราะเหตุว่ายานี้เมื่อกินจะถูกดูดซึมผ่านตับและก็ขับออกทางระบบขับถ่าย ก็เลยต้องระวังการใช้งานในคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับ-ไต ห้ามใช้ในคนท้อง อาจส่งผลต่อลูกในท้อง ดังนั้น การผสมในยาดลดความอ้วน อาหารเสริมต่าง ๆ อาจจะส่งผลให้เป็นอันตรายเป็นอย่างมาก เมื่อร่างกายรับยาในปริมาณที่สูง จนกระทั่งมีผลให้เกิดอาการทางจิตและประสาท หรือในคนท้อง หรือผู้ที่ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดและหัวใจ หรือคนที่ตับและไตทำงานไม่สมบูรณ์ สาเหตุที่เราต้องออกมาเตือนทุกคน เนื่องจาก ลอร์คาเซริน ยังไม่มีการควบคุมในประเทศไทย

วิธีลดหุ่นที่ถาวรจริง ๆ แล้ว เป็นการบริหารร่างกาย รวมทั้งเลือกกินอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ถึงจะได้ผลช้าแต่ว่าเป็นการได้สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงกับการที่จะเกิดอันตรายจากยาลดน้ำหนักต่าง ๆ ที่บางทีอาจมีผลก่อให้เกิดอาการไม่ประสงค์ตามมาได้

 

สนับสนุนโดย    เวปเจตใหม่

การวิ่งจะต้องลงเท้าแบบไหน?

โดยทั่วไปแล้วการออกกำลังกายที่คนส่วนใหญ่คิดได้เป็นอันดับต้นๆคือการวิ่งเนื้อจากเป็นการออกกำลังกายที่แสนง่าย แต่มีใครรู้มั้ยว่ามันส่งผลอะไรต่อร่างกายเรา สมาคมเวชศาสตร์การกีฬาของออสเตรเลียพบว่ามีนักวิ่งถึง 70% ในช่วงระยะเวลาหนึ่งปีจะพบกับอาการบาดเจ็บถ้าเทียบเป็นชั่วโมงครบ1,000ชั่วโมงเมื่อไหร่การวิ่งมีอัตราการบาดเจ็บเทียบเท่ากับบามเก็ตบอลเลยทีเดียว

ฉะนั้นเราเชื่อว่านักวิ่งหลายๆคนก็น่าจะเคยประสบปัญหากับอาการบาดเจ็บจากการวิ่งมาแล้วสิ่งหนึ่งที่หลายคนจะโฟกัสกับมันมากเลยแล้วคิดว่าจะสามารถแก้อาการบาดเจ็บได้ก็คือพยายามเปลี่ยนการลงน้ำหนักเปลี่ยนจากลงส้นเท้าไปลงปลายเท้าลงกลางเท้าถกเถียงกันมาเยอะมาก

แต่สิ่งหนึ่งที่เราอยากให้ค่อยๆมาศึกษาพร้อมกันว่าแล้วการลงน้ำหนักส่วนไหนของฝฝ่าเท้าจะทำให้ปลอดภัยที่สุดอย่างแรกถ้าเรามาลองดูกันจะเห็นว่าเทคโนโลยีตอนนี้เราสามารถวัดแรงกระแทกที่เกิดขึ้นกับร่างกายเราเมื่อเกิดการวิ่งได้ทันทีที่เราวิ่งไปแล้วลงด้วยส้นเท้าจากกราฟเราก็จะเห็นได้ว่าทันทีที่ส้นเท้าสัมผัสพื้นมัมนจะมีแรงกระแทกเฉียบพลันพุ่งขึ้นมาก่อน

เพราะฉะนั้นแรงกระแทกนี้พุ่งขึ้นมาเรียกว่าเป็นมวลของหน้าแข้งไม่ใช่แรงของทั้งตัวฉะนั้นหมายความว่าคุณลงส้นเท้าไม่ได้หมายความว่ามันจะทำให้เจ็บให้พังไปในทันทีแล้วก็พอมวลที่ตามมาในจุดที่สองจะเป็นน้ำหนักตัวทั้งหมดตามเข้าไปเพราะว่าอย่างที่ยอกว่าส้นเท้ามันไม่มีอะไรรองรับแต่ทันทีที่เราใส่รองเท้าเราจะใช้เงินแก้ปัญหากัน

เทคโนโลยีมันมีทันทีที่เราใส่รองเท้าที่มีsupportมากขึ้นจะสังเกตเห็นว่าตรงcurve ของแรงกระแทกเฉียบพลันมันแหลมน้อยลงมันโด่งน้อยลงและมันจะsmooth มากขึ้นก็หมานความว่าตัวเทคโนโลยีช่วยsupportแรงตรงนี้ไปได้ส่วนหนึ่งแต่จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถsupportแรงงได้ด้วยตัวเอง

ดังนั้นหลายคนก็บอกเออใช่ อย่างนี้ไงคนเราเลยต้องลงด้วยหน้าเท้ากลางเท้าก็จะสังเกตว่าทันทีที่เราต่อให้เป็นเท้าเปล่าลงด้วยปลายเท้าหรือกลางเท้าแรงกระแทกตรงนี้มันจะsupportไปเพราะมันมีการถ่ายโอนน้ำหนักได้ดีขึ้นทีนี้พอได้ข้อมูลตรงนี้มาบางคนอาจจะยังไม่เคยเห็นกราฟนี้หรือแค่เคยได้ยินมา

ก็จะรีบไปเปลี่ยนฟอร์มวิ่งทันทีก็พยายามลงด้วยปลายเท้าไปลงด้วยกลางเท้าปัจจัยเลยที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จและอาจจะทำให้เจ็บมากกว่าเดิมเพราะเราไม่เห็นภาพรวมไม่เห็นภาพรวมเพราะอะไร

โดยคำแนะนำจะเป็นของนักกายภาพแล้วก็ของโค้ชเองก็ตามจังหวะที่ลงเท้าจะเป็นสิ่งท้ายๆที่เราคิดถึงแล้วเพราะว่าการที่จะลงเท้ามาได้มันประกอบด้วยทักษะการเคลื่อนไหวในมุมอื่นๆมาเยอะ

 

สนับสนุนโดย  หวยฮานอยซื้อยังไง

อาการหลับไม่สนิทจะแก้ได้อย่างไร

สมัยนี้การนอนหลับพักผ่อน ถือว่าเป็นที่จำเป็นและสำคัญมากต่อร่างกายของคนเรา เพราะในแต่ละวันร่างกายของคนเรานั้นได้ใช้พลังงานไปมากมายอย่างหนักและเต็มที่ จึงทำให้เรารู้สึกเพลีย หรือทำให้รู้สึกเหนื่อยนั่นเอง การนอนหลับพักผ่อนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก แต่การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอต่อร่างกายนั้น

คนเราก็จะมีการนอนหลับที่ไม่เหมือนกัน สำหรับบางคนหากทำงานมาเหนื่อยๆแล้ว ก็ต้องนอนหลับให้เต็มอิ่ม แต่สำหรับบางคนการนอนก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากเช่นกัน แต่หากทำงานมาเหนื่อย ๆ ก็ใช่ว่าจะได้นอนอย่างเต็มที่ เพราะแต่ละคนนั้นก็มีการใช้ชีวิตในประจำวันที่ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว

โดยเฉพาะในสมัยนี้  การใช้ชีวิตนั้นเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และผู้คนในสมัยนี้ก็มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน จึงทำให้ใครหลายคนนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอต่อร่างกาย จนก่อให้เกิดโรคนอนไม่หลับขึ้นได้ แต่โรคนี้ก็อาจจะมีรูปแบบของอาการที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น การนอนหลับไม่สนิท การหลับ ๆ ตื่น ๆ การตื่นกลางดึก เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หากใครที่กำลังพบเจอกับปัญหาต่าง ๆ นี้ แต่ยังไม่มีวิธีแก้ และไม่รู้ว่าจะแก้ด้วยวิธีใด วันนี้เราจะมาบอกเคล็ดลับง่าย ๆ ที่สามารถทำให้อาการหลับไม่สนิทของคุณนั้นหายไป และทำให้การนอนหลับพักผ่อนของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะมีวิธีไหนบ้างไปดูกันเลย

การจัดที่นอน ที่นอนเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้คุณนั้นสามารถนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ หากใครที่มีปัญหาการนอนหลับไม่สนิท แนะนำว่าให้ลองจัดการกับที่นอนให้ ลองเปลี่ยน หรือตกแต่งที่นอนให้น่านอนมากขึ้น หรือทำให้ห้องมีอุณหภูมิที่เหมาะสมกับการนอน เป็นห้องที่เงียบสงบ เพราะการพักผ่อนที่ดีคือการที่พาร่างกายไปพักผ่อนในที่ที่เงียบสงบ จึงจะเรียกว่าการพักผ่อนจริง ๆ 

ไม่ควรกินอาหารมื้อหนัก นอกจากร่างกายของเราจะเกิดอาการนอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิทแล้ว การที่เรารับประทานอาหารมื้อหนัก จะยิ่งทำให้ร่างกายของเรามีอาการเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น อาการต่าง ๆ ที่อาจมารบกวนเวลานอนของเรา ดังนั้น หากต้องการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอต่อร่างกาย ควรรับประทานอาหารมื้อเบา ๆ ก่อนเข้านอน หรืออาหารที่สามารถย่อยได้ง่ายจะดีกว่า

หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ การดื่มกาแฟเป็นประจำนอกจากจะช่วยลดอาการง่วงแล้ว ยังส่งผลให้การนอนของเราไม่มีประสิทธิภาพอีกด้วย ดังนั้น หากใครที่มีอาการนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ หลับไม่สนิท ให้ลองงดการดื่มชากาแฟ เผื่อจะช่วยให้อาการเหล่านี้ลดลงได้ 

 

 

สนับสนุนโดย    แทงหวย

วิธีเพิ่มพลังสมอง

           ในชีวิตคนเรานั้นแต่ละวันจะต้องมีการใช้ความคิดซึ่งการใช้ความคิดนี้เองก็คือการใช้มันสมองในการทำงานและถ้าเราใช้มากๆสมองของเราก็อาจจะเพลียเหนื่อยล้าได้เช่นเดียวกันระบบความคิดอาจจะประสิทธิภาพลดลงได้ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำเกี่ยวกับเรื่องของวิธีการเพิ่มพลังให้กับสมองเพื่อที่เราจะได้มีความพร้อมในการทำงานในแต่ละวันนั้นเอง

           เราสามารถเพิ่มพลังสมองของเราได้ด้วยการเล่นเกมการที่เราหัดเล่นเกมบ่อยๆหัดนึกคิดวิเคราะห์ต่างๆจะเป็นการพัฒนาสมองและทำให้สมองและระบบประสาทมีการเชื่อมต่อกันเนื่องจากว่าสมองของเรานั้นจะต้องมีการประมวลผลเพื่อรับรู้สิ่งใหม่ๆและคิดค้นสิ่งใหม่ๆการที่เราคิดหรือเราเล่นเกมมันจะไปกระตุ้นให้สมองของเรานั้นมีการพัฒนาและมีการใช้งานอยู่ตลอดเวลาทำให้เรานั้นมีความจำที่ดีซึ่งปกติแล้วคนที่สูงอายุนั้นควรจะต้องมีการฝึกเล่นเกมหรือฝึกนักคิดไวๆเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการเป็นโรคอัลไซเมอร์ในอนาคตนั่นเอง 

        การฟังเพลงคลาสสิคก็สามารถช่วยเพิ่มพลังสมองให้ได้เช่นเดียวกันเพราะเป็นการกระตุ้นให้สมองนั้นได้ผ่อนคลายจากเสียงที่เราฟัง  สำหรับการฟังเพลงคลาสสิคนั้นเราควรที่จะมีการเปิดฟังในช่วงเวลาเช้าเพื่อเป็นการกระตุ้นสมองให้มีการทำงานตั้งแต่เช้าซึ่งเราอาจจะเอาเวลาช่วงเวลาที่เราอาบน้ำแต่งตัวนั่นเองในการเปิดเพลงฟังแล้วทำให้เราอารมณ์ดีและมีสมาธิ

          การออกกำลังกายก็เป็นการเพิ่มพลังให้สมองได้เช่นเดียวกันหลายคนมองว่าการออกกำลังกายนั้นเป็นการฝึกให้ร่างกายและจิตใจนั้นแข็งแรงแต่อันที่จริงแล้วมันสามารถพัฒนาสมองให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้อีกด้วยเนื่องจากว่าเมื่อเรามีการออกกำลังกายนั้นร่างกายจะมีสารชนิดหนึ่งหลั่งออกมาซึ่งสารชนิดนี้จะไปทำการเชื่อมต่อกับระบบประสาททำให้สมองของเรานั้นมีการพัฒนาวิเคราะห์และมีความจำที่ดีขึ้นสามารถตัดสินใจและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

            การทำสมาธิก็ส่งผลต่อไปยังสมองได้เช่นเดียวกันไม่เพียงแค่ส่งผลทางด้านจิตใจเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเพราะเมื่อเรามีสมาธิเราจะมีสติและเมื่อมีเหตุการณ์คับขันอะไรเกิดขึ้นเราก็จะไม่ตื่นวิตก โดยการมีสมาธินั้นมันจะส่งผลต่อเซลล์สมองของเราด้วยเพราะถ้าหากเรามีสมาธิเซลล์สมองของเราในส่วนที่พัฒนาเรื่องของการกลัวนั้นก็จะลดลงนั่นเอง

        ดังนั้นสิ่งต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นนั้นซึ่งจึงควรเป็นสิ่งที่เราต้องทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อที่สมองของเรานั้นจะได้มีพลังพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของโรคความจำเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์ในอนาคตนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  แทงหวย

อันตรายจากการใช้แป้งฝุ่น

              เชื่อว่าบ้านทุกบ้านต้องมีแป้งฝุ่นติดบ้านกันทุกหลังอยู่แล้ว เพราะไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือคนหนุ่มสาว รวมถึงคนแก่ ต่างก็ใช้แป้งฝุ่นด้วยกันทั้งนั้น ถึงแม้จะเป็นเด็กทารกก็ยังมีการใช้แป้งฝุ่น อย่างไรก็ตามมีการวิจัยออกมาแล้วว่าการใช้แป้งฝุ่นนั้น ไม่ได้เกิดผลดีเพียงอย่างเดียวเพียงเท่านั้น แต่การใช้แป้งฝุ่นในในบางจุดของร่างกายอาจจะเกิดให้มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งบางชนิดได้เช่นเดียวกัน

           สาเหตุที่ว่าทำไมการใช้แป้งฝุ่นถึงอาจจะทำให้เป็นโรคมะเร็งได้นั้นก็เพราะว่าในแป้งฝุ่นนั้นจะมีแร่ธาตุตัวหนึ่งที่เป็นส่วนผสมอยู่ในแป้งฝุ่นโดยแร่ชนิดนี้เป็นแร่ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติในการช่วยลดความอับชื้น ทำให้ในแป้งฝุ่นจึงมักมีแร่ชนิดนี้ผสมอยู่ โดยแร่ดังกล่าวมีชื่อว่า ทัลคัม

             สำหรับการวิจัยออกมานั้นพบว่า แร่ทัลคัมนี้เองที่เป็นสาเหตุที่ทำให้มีโอกาสเสี่ยงสูงในการเกิดโรคมะเร็ง โดยมะเร็งที่เสี่ยงเป็นมากในการใช้แป้งฝุ่นนั่นก็คือ มะเร็งรังไข่กับมะเร็งปอดนั่นเอง

                 สำหรับวิธีการใช้แป้งฝุ่นที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งทั้งเรื่องของมะเร็งปอดรวมถึงมะเร็งรังไข่นั่นก็คือหากเรามีการทา แป้งตรงบริเวณอวัยวะเพศนั้นมีความเสี่ยงเป็นอย่างมากที่จะทำให้แป้งซึ่งมีส่วนผสมของแร่ทัลคัมกระจายเข้าไปในมดลูกและเข้าไปถึงรังไข่ได้  ดังนั้นจึงห้ามใช้แป้งตรงบริเวณอวัยวะเพศนั้นเอง

                  ในขณะเดียวกันการใช้แป้งก็ไม่ควรใช้ให้แป้งมีความฝุ้งกันไปมากเกินไปเพราะถ้าหากเรามีการสูดดมแป้งเข้าไปเข้าภายในร่างกายมันจะส่งต่อผงแป้งเข้าไปในปอดได้ และจะส่งผลทำให้เรากลายเป็นมะเร็งปอดนั่นเอง

              ดังนั้นการใช้แป้งอย่างปลอดภัยนั่นก็คือการทาบริเวณลำตัวงดการทาบริเวณอวัยวะเพศและการใช้แป้งนั้นควรทาอย่างระมัดระวังพยายามอย่าให้แป้งพุ่งกระจายเข้าไปบริเวณปากหรือแม้แต่จมูกหรือเข้าตาได้เป็นอันขาดและถ้าหากต้องจำเป็นใช้แป้งกับเด็กทารกนั้นควรใช้แป้งอย่างระมัดระวังที่สำคัญควรเลือกแป้งสำหรับใช้กับเด็กเพียงเท่านั้น

         อย่างไรก็ตามได้มีการทำการวิจัยออกมาแล้วว่าผู้ที่มีการใช้แป้งทาตรงบริเวณอวัยวะเพศเป็นระยะเวลาติดต่อกันนานหลายปีมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นโรคมะเร็งและเคยมีข่าวฟ้องร้องเกี่ยวกับเรื่องของการเป็นโรคมะเร็งกับแป้งยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่งมาแล้วซึ่งถ้าหากว่าใครสงสัยว่าตนเองจะมีความผิดปกติหลังจากที่มีการใช้แป้งฝุ่นคุณก็สามารถที่จะไปที่โรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ทำการตรวจและวินิจฉัยอาการให้ได้

 

สนับสนุนโดย.    แทงหวย

How toเมื่อต้องดูแลตัวเอง หากเป็นโรคภูมิแพ้ 

            ปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักมีอาการของการเป็นโรคภูมิแพ้ซึ่งโดยปกติแล้วโรคภูมิแพ้นั้นมักจะเป็นกันมาตั้งแต่เกิดหรือบางคนก็อาจจะมาเป็นภายหลังหลังจากที่โตขึ้นมาแล้วก็เป็นไปได้เช่นเดียวกันซึ่งอาการของโรคภูมิแพ้นั้นมีได้หลายแบบไม่ว่าจะเป็นอาการผื่นขึ้นตามตัวหรืออาการคันตามตัวบางคนจะมีลักษณะของอาการจามและคัดจมูก

          โดยส่วนใหญ่แล้วโรคภูมิแพ้นั้นมักจะรักษาไม่ค่อยหายแต่จะมีอาการตามสภาพของอากาศนั่นเองดังนั้นหากใครเป็นโรคภูมิแพ้แล้วก็  วันนี้เราจะมาแนะนำว่าวิธีการต้องดูแลตัวเองนั้นจะทำอย่างไรได้บ้าง

        แน่นอนว่าอาการภูมิแพ้นั้นส่วนใหญ่เรามักจะกำเริบเพราะร่างกายนั้นอ่อนแอดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือคุณควรจะต้องมีการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายของคนนั้นแข็งแรงเพราะเมื่อร่างกายของคุณแข็งแรงเมื่อไหร่วะภายในของคนนั้นก็จะแข็งแรงตามไปด้วยและมันจะสามารถต่อสู้กับโรคภูมิแพ้ได้นั่นเอง

     ในขณะเดียวกันนั้นนอกจากการที่คุณจะต้องออกกำลังกายแล้วการพักผ่อนก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกันถ้าหากว่าคุณนอนน้อยอาการโรคภูมิแพ้ก็จะเกิดขึ้นได้ง่ายดังนั้นอย่างน้อยที่สุดควรจะต้องมีการนอนไม่ต่ำกว่าวันละ 6 ชั่วโมงหรือถ้าให้เพียงพอจริงๆก็ควรจะนอนวันละ 8 ชั่วโมงจะทำให้ร่างกายของคุณสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาและจะทำให้โรคภูมิแพ้นั้นมีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดขึ้นได้ 

     นอกจากนี้คุณยังต้องเสริมทัพความแข็งแรงของร่างกายของคุณด้วยการเลือกกินอาหารที่ดีมีประโยชน์มีคุณภาพซึ่งเมื่อคุณกินอาหารดีๆมันก็จะไปช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายของคุณได้เช่นเดียวกันดังนั้นอาหารที่ดีและมีประโยชน์จึงได้แก่โปรตีนผักและผลไม้นั้นเอง

           เหนือสิ่งอื่นใดจากการที่กล่าวมาข้างต้นนั้นแล้วคนที่เป็นโรคภูมิแพ้นั้นควรจะต้องมีการหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดโรคได้ง่ายเช่นอาจจะหลีกเลี่ยงไปในจุดที่มีฝุ่นละอองเยอะหรือถ้าหากใครแพ้ขนแมวก็ควรจะหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้แมวหรือไทยที่แพ้เกสรดอกไม้ก็ควรจะหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ดอกไม้นั่นเอง

        ซึ่งถ้าหากเราสามารถที่จะหลีกเลี่ยงออกจากสิ่งที่ทำให้อาการภูมิแพ้ของเรากำเริบได้มันก็จะสามารถช่วยให้เรานั้นควบคุมอาการภูมิแพ้ไม่ให้กำเริบขึ้นมาได้นั่นเองแต่อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าเราดูแลตัวเองเป็นอย่างดีแล้วแต่ยังคงมีอาการภูมิแพ้อยู่และไม่หายขาดคุณควรจะต้องไปติดต่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้โดยเฉพาะเพื่อให้มีการตรวจและวินิจฉัยรวมถึงหาสาเหตุของการเกิดภูมิแพ้และแนวทางในการรักษานั่นเอง ห้ามซื้อยามากินเองอย่างเด็ดขาด 

      

สนับสนุนโดย.  แทงหวย

รู้หรือไม่ต้องทำอย่างไร  ถ้าคุณอยู่ใกล้ชิดกับคนติดเชื้อไวรัสโควิด-19 

          ในตอนนี้หลายคนกำลังเจอกับปัญหาว่าตนเองนั้นต้องมารับรู้ว่าคนใกล้ชิดของตนนั้นติดเชื้อไวรัสโควิด-19  ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับคนที่รู้ว่าคนใกล้ชิดของตนเองซึ่งเคยไปเที่ยวหรือเคยไปสังสรรค์เฮฮาปาร์ตี้ร่วมกันหรือแม้แต่คนในครอบครัวติดไวรัสโควิด-19 นั้นต่างก็รู้สึกใจตุ้มตุ้มต่อมต่อมเลยทีเดียวว่าตนเองนั้นจะติดไวรัส covid-19  ด้วยหรือไม่

          หลายคนก็มีคำถามว่าถ้าหากว่าคนในครอบครัวหรือคนที่เรารู้จักสนิทชิดเชื้อผลตรวจไวรัส covid –19 ออกมาเป็นบวกแล้วเราควรจะทำตัวอย่างไรวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการให้ทราบกันว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดหลังจากที่รู้ว่าคนใกล้ชิดติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้นคุณต้องทำอย่างไรบ้าง  หลายคนอาจจะยังไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อนนั่นเอง

        สำหรับคนที่รู้ว่าคนใกล้ชิดกับตนเองนั้นติดเชื้อไวรัสโควิช- ครั้งแรกที่ต้องรีบทำเลยก็คือ ลอง นึกทบทวนให้ดีว่าในช่วง 14 วันก่อนหน้านั้นได้มีการอยู่ใกล้ชิดกับคนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่ซึ่งถ้าหากมีการใกล้ชิดกันเคยไปเที่ยวด้วยกันหรืออาจจะเคยสัมผัสร่างกายกันคุณควรจะต้องรีบไปตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19

         เพราะเนื่องจากว่าคุณคือกลุ่มเสี่ยงมากที่สุดและ  และถ้าผลตรวจออกมาแล้วปรากฏว่าเป็นลบคุณก็ยังต้องกักตัวอย่างน้อย 14 วันเพื่อสังเกตอาการอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะมีการตรวจซ้ำครั้งที่ 2 ซึ่งการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิช- ยังแค่กลางเดือนนั้นอาจจะทำให้ผลคาดเคลื่อนได้เพราะบางทีเชื้อยังไม่แสดงอาการจึงทำให้ตรวจไม่เจอดังนั้นควรตรวจอย่างต่ำ 2 ครั้งโดยเว้นระยะห่างกันนั่นเอง

      อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าเราไม่ได้สัมผัสกับผู้ที่ป่วยติดเชื้อไวรัส covid –19 และเพียงแค่อยู่ใกล้ๆกันเพียงเท่านั้นถือว่าคุณยังเป็นคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเช่นเดียวกันซึ่งคุณอาจจะใช้วิธีกักตนเองและสังเกตอาการดูก่อน  แต่ถ้าหากให้ชัวร์มากที่สุดก็ควรจะต้องไปทำการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิคด้วยเช่นเดียวกันอย่างไรก็ตามในระหว่างที่คุณกับตัวนั้นคุณจะต้องไม่มีการเข้าใกล้กับคนอื่นๆในครอบครัวโดยคุณจะต้องแยกการใช้งานข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างแม้แต่ห้องน้ำก็ไม่ให้ใช้ร่วมกับคนอื่นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19  หากว่าคุณมีการติดเชื้อนั่นเอง 

         ถ้าหากกักตัวครบ 14 วันแล้วไม่มีอาการอะไรเกิดขึ้นก็ลองตรวจหาเชื้อไวรัส covid-19 สักครั้งหนึ่งเพราะบางทีเชื้อไวรัสโควิช- บางสายพันธุ์ก็ไม่แสดงอาการและถ้าหากผลเป็นลบออกมาก็แสดงว่าคุณสบายใจได้แล้วว่าคุณไม่มีเชื้อไวรัส covid –19 อย่างแน่นอนคุณก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติของคุณได้เองแต่ไม่ควรลืมที่จะสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งและล้างมือบ่อยๆ

 

สนับสนุนโดย.  แทงหวย

7ข้อพิษร้ายของน้ำตาลที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้

ข้อแรกก็คือ พิษต่อหลอดเลือด ซึ่งหลอดเลือดไปที่ไหนก็จะเกิดปัญหาไปที่สมองหลอดเลือดไปที่หัวใจหลอดเลือดไปที่ไตแขนขาลูกตา

เมื่อไหร่ก็ตามที่หลอดเลือดมีปัญหาหลอดเลือดไปที่สมองมีปัญหาจะเกิดอะไรก็เป็นอัมพาตหลอดเลือดไปที่หัวใจมีปัญหาจะเกิดอะไรหัวใจขาดเลือดหลอดเลือดไปที่ไตก็จะมีปัญหาไตวายเรื้อรังฟอกไตไปตลอดชีวิตหลอดเลือดไปที่แขนขามีปัญหาแขนขาโดนตัดหลอดเลือดไปที่ตามีปัญหาตาบอด

พิษร้ายข้อที่สองก็คือ พิษร้ายต่อตับอ่อน เมื่อน้ำตาลเข้าไปในร่างกายเยอะๆจะกระตุ้นให้ตับอ่อนสร้างอินซูลินเมือ่กระตุ้นบ่อยๆตับอ่อนหมดแรงตับอ่อนหมดอายุตับอ่อนเมื่อการทำงานลดเหลือ50%โดยทำลายไปครึ่งนึงแล้วก็จะเริ่มมีภาวะเบาหวานเพิ่มขึ้นเมื่อเบาหวานถามหาชีวิตของท่านก็จะเปลี่ยนไป

พิษข้อที่สามก็คือ พิษทำให้หน้าแก่เร็ว อันตรายมากๆพวกนี้จะทำให้เรื่องของคอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิวหน้าของเรามันเสื่อมสภาพมันจะทำให้หน้าเราเหี่ยวมีรอยตีนกาแล้วก็แก่ก่อนวัยอายุ60หน้าจะเหมือนคนอายุ80อายุ40อาจจะเหมือนคนอายุ60อันนี้อันตรายมากบางคนเกิดจุดด่างดำขึ้นบนใบหน้าอนตรายจริงๆ

พิษข้อที่สี่ก็คือ ทำให้ร่างกายเซื่องซึม การรับประทานน้ำตาลในปริมาณที่พอดีก็อาจจะทำให้ร่างกายของเราสดชื่นแต่การรับประทานในปริมาณมากจะทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงและลดลงอย่างรวดเร็วแบบนี้ร่างกายเราจะสดชื่นแค่เพียงแปบเดียวแล้วก็เศร้าแบบนี้พอเป็นนานๆ

บางคนทำให้ร่างกายเซื่องซึมมากและต้องการน้ำตาลอยู่ตลอดถ้าไม่มีน้ำตาลไม่ได้มีอะไรมากระตุ้นเราก็จะซึมไปตลอดเวลามีวิจัยบางอันเลยว่าผู้ที่รับประทานน้ำตาลมากๆมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าปกติเลยทีเดียวเพราะฉะนั้นแล้วให้ระมัดระวัง

พิษร้ายข้อที่ห้าก็คือ ปัญหาน้ำหนักเกิน น้ำตาลส่วนเกินเวลาที่เรารับประทานเข้าไปเยอะๆและเราไม่ใช้ไม่ออกกำลังกายมันไปเก็บที่ไขมันไปเก็บที่ตับอันตรายมากๆยิ่งอ้วนและเป็นโรคตับด้วยไขมันฟอกตับมากมาย

พิษร้ายข้อที่หก ก็คือ เสี่ยงการเกิดสิว ตัวน้ำตาลจะกระตุ้นทำให้ร่างกายสร้างแอนโดรเจนมากขึ้นนำไขมันบนใบหน้ามากขึ้นหน้ามันมากขึ้นมีวิจัยเลยว่ามีโอกาสเกิดสิวมากกว่าปกติถึง30%

พิษร้ายข้อที่เจ็ด ก็คือ ทำให้เซลล์เสื่อมสภาพ โครโมโซมเสื่อมสภาพโต้งเทโลเมียร์ที่ปลายโครโมโซมจะสั้นลงมากลงไปกว่าปกติแบบนี้ก็จะทำให้เซลล์ในร่างกายของเราเสื่อมสภาพลงได้ง่าย

 

สนับสนุนโดย.  หวยออนไลน์