หมวดหมู่: ลดน้ำหนัก

ลดความอ้วนด้วยวุ้นเส้น จริงหรือ?

ในวงแก๊งค์เพื่อนผู้หญิง เมื่อสั่งก๋วยเตี๋ยวทาน คนที่สั่งวุ้นเส้น มักถูกมองว่าเป็นคนรักษาสุขภาพ เพราะหลายคนเชื่อว่าวุ้นเส้นเป็นทำจากถั่วเขียว เป็นอาหารประเภทเส้นที่ให้พลังงานน้อยที่สุด

แต่อีกหลายคนก็ไปหาข้อมูลมา แล้วพบว่า จริงๆ แล้ววุ้นเส้นนี่แหละตัวการที่ทำให้เราอ้วน เพราะให้พลังงานสูงกว่าเส้นก๋วยเตี๋ยวแบบอื่นๆ

เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้ว วุ้นเส้นพลังงานสูงกว่าเส้นอื่นๆ หรือไม่ เรามาเปรียบเทียบกันค่ะ

เส้นหมี่ เล็ก ใหญ่ ในปริมาณ 100 กรัมเท่ากัน จะให้พลังงาน 150-220 กิโลแคลอรี่

เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แป้งล้วนๆ อาจจะบวกการปรุงรสมาจากโรงงาน เลยทำให้พลังงานพุ่งไปที่ 220-280 กิโลแคลอรี่

เส้นขนมจีน มีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ในปริมาณเท่ากัน ถึงมีพลังงานต่ำ อยู่ที่ 80 กิโลแคลอรี่

เส้นบุก เพื่อนรู้ใจของคนที่ต้องการลดน้ำหนักตัวจริง เพราะให้พลังงานแค่ 10 กิโลแคลอรี่ แถมเต็มไปด้วยเส้นใยสูง ถ่ายคล่องแน่นอน

สุดท้าย วุ้นเส้น ในปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานมากถึง 330 กิโลแคลอรี่

แต่เป็นน้ำหนักของ “วุ้นเส้นดิบ” นะ

วุ้นเส้นดิบ มีน้ำหนักเบา เพราะยังไม่ได้นำไปลวกให้วุ้นเส้นอมน้ำ

แต่หากเป็นวุ้นเส้นสุก ที่อมน้ำไว้แล้ว ก็จะให้พลังงานต่ำ ใกล้เคียงกับขนมจีนที่มีน้ำเป็นส่วนผสมมากเช่นกัน นั่นคือให้พลังงานแค่ 60-80 กิโลแคลอรี่

เช่นเดียวกับข้าว หากเป็นข้าวสารแห้ง จะให้พลังงาน 370 กิโลแคลอรี่ หากเป็นข้าวสวยในน้ำหนักเดียวกัน จะให้พลังงานเพียง 120 กิโลแคลอรี่

เส้นพาสต้าแห้ง ให้พลังงาน 350 กิโลแคลอรี่ หากนำไปต้มจนอมน้ำแล้ว จะให้พลังงานเพียง 130 กิโลแคลอรี่ ในปริมาณ 100 กรัมเท่ากัน

รวมไปถึงเส้นก๋วยเตี๋ยวดิบ ที่ให้พลังงานมากถึง 364 กิโลแคลอรี่ ในน้ำหนัก 100 กรัม หากแต่เมื่อนำไปต้ม ไปลวกจนอมน้ำแล้ว เลยให้พลังงานต่อ 100 กรัมที่ 150-220 กิโลแคลอรี่นั่นเอง

และแน่นอนว่าไม่มีใครทานวุ้นเส้นดิบ ดังนั้น วุ้นเส้นยังคงเป็นมิตรแท้คู่ใจหนุ่มสาวที่กำลังควบคุมน้ำหนักเหมือนเดิม ไม่มีเปลี่ยนแปลงค่ะ

เช็คตัวเองก่อนจะอ้วน

เมื่อไรที่ว่าอ้วน

เมื่อพูดถึงความอ้วนเราคงไม่อยากให้มันเกิดขึ้นกับเรา และคงเป็นอะไรที่รับไม่ได้ แต่ก่อนจะหาวิธีลดน้ำหนักเราจะรู้ได้ยังไรว่าอ้วนและมีไขมันสะสมแล้ว

สาวๆ ทุกๆ คนล้วนแต่อยากจะมีรูปร่างที่ดีจริงไหมทุกๆ คนก็รู้ว่าไม่ดี เนื่องจากนอกจากการดูไม่สวย หาเสื้อผ้าใส่สวยๆ ยากแล้ว การที่อ้วนเกินไปก็ยังส่งผลเสียในด้านสุขภาพอีกด้วย จากการศึกษาพบว่าผู้ที่มีน้ำหนักเกินเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป ความเสี่ยงที่อายุสั้นลงจะเพิ่มขึ้น 20-40% เลยทีเดียว เมื่อเป็นโรคอ้วนแล้ว ความเสี่ยงก็จะเพิ่มขึ้นไปอีก 2-3 เท่า

แต่ทีนี้ จะรู้ได้อย่างไรว่าเรา ผอมเกินไป พอดี เริ่มอ้วน หรืออ้วนเกินไปล่ะคะ เราสามารถวัดความอ้วนหรือไม่ได้โดยการใช้ดัชนีมวลกายและขนาดเส้นรอบพุง (ไม่ใช่รอบเอว) ในการตรวจสอบว่าเราเริ่มอ้วนหรือไม่ จะได้จัดการแก้ไขได้ต่อไป

ตัดสินอย่างไรว่าอ้วนหรือไม่

สิ่งแรกที่เราจะดูกันก็คือ ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index หรือ BMI) โดยจะต้องทำการคำนวณง่ายๆ เล็กน้อยจากส่วนสูงและน้ำหนักของเราดังนี้ค่ะ

ดัชนีมวลกาย = น้ำหนัก (กิโลกรัม) / ส่วนสูง (เมตร)^2

โดยที่ ^2 หมายถึง ยกกำลังสอง (คือเอาตัวเลขเดียวกันคูณกันสองครั้ง) นะคะ

จากนั้นมาดูผลการคำนวณที่ได้

ดัชนีมวลกาย = 18.5 – 22.9 น้ำหนักปกติ

ดัชนีมวลกาย = 23-24.5 น้ำหนักเกินมาตรฐาน

ดัชนีมวลกาย = 25 หรือมากกว่า อ้วนเกินไป

เราลองมาดูตัวอย่างการคำนวณเล่นๆ กันดีกว่า

สมมติว่า มีเพื่อนหญิงคนหนึ่งสูง 167 ซ.ม. นั่นคือสูง 1.67 เมตร และหนัก 42 กิโลกรัม

เราก็คำนวณได้ดังนี้

ดัชนีมวลกาย = 42 / (1.67 x 1.67) = 47 / 2.7889 = 16.85 โดยประมาณ จะเห็นว่าผอมเกินไปนิดๆ แต่อาจจะเป็นหุ่นนางแบบเลยก็ได้นะคะ

ถ้าดัชนีมวลกายสูงเกินไป ความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานก็สูงขึ้น อย่างไรก็ดี ดัชนีมวลกายไม่ใช่ตัวตัดสินความอ้วนได้ทั้งหมด เพราะว่าปัญหาสุขภาพ จริงๆ ก็คือปริมาณไขมันที่ถูกเก็บสะสมอยู่อีก นั่นคือคนที่มีดัชนีมวลกายปกติดี อาจจะมีไขมันมากแต่เนื้อน้อยก็ได้เพราะว่าไขมันนั้นเบากว่ากล้ามเนื้อ นั่นคือพวกนักกล้ามที่แข็งแรงมากเนื้อตัวมีแต่กล้ามเนื้อและกระดูก อาจจะถูกคำนวณออกมาว่าน้ำหนักมากกว่าปกติได้ ดังนั้นจึงมีอีกวิธีหนึ่งในการตัดสินดูว่าอ้วนไปหรือไม่คือ

การวัดรอบพุง

เราสามารถประเมินว่าอ้วนเกินไปหรือไม่ได้อย่างง่ายๆ โดยการลองวัดเส้นรอบพุง คือจุดที่วัดผ่านสะดือ โดยมีเกณฑ์ว่าถ้ารอบพุงของผู้หญิงเรามากกว่า 32 นิ้วถือว่าอ้วนเกินไป ถ้าเป็นผู้ชายที่รอบพุงเกิน 36 นิ้วก็ถือว่าอ้วนเกินไป การวัดรอบพุงนี้อาจจะพอเป็นตัวแทนได้ถึงไขมันที่สะสมไว้ในช่องท้อง ซึ่งปริมาณไขมันในตัวเรานี้เป็นต้นเหตุให้เกิดปัญหาสุขภาพ ไปทั้งตัวเลยทีเดียว

คราวนี้ เมื่อเพื่อนๆ สาวๆ ได้ทราบวิธีประเมินว่าตัวเองอ้วนเกินไปหรือไม่แล้ว ก็จะได้จัดการกับน้ำหนักของตัวเองให้ดีขึ้น เพื่อความสวยงามและที่สำคัญก็คือสุขภาพที่ดีต่อไปค่ะ

ลดน้ำหนักฉบับ ไอดอลเกาหลี

1. จดทุกอย่างที่กิน

 

วิธีนี้สาวซิสอาจจะงงกันว่า เอ๊ะ! ลดน้ำหนักแบบไอดอลเกาหลี แล้วจดทุกอย่างที่กินมันเกี่ยวยังไงกันนะ? มาค่ะ เดี๋ยวเราจะมาบอกทริคลับ ๆ ให้ได้รู้กัน Diet Planner ก็คือ ให้สาวๆ จดทุกอย่างที่กินและการออกกำลังกายในแต่ละวันค่ะ สาวๆ ลองทำแบบนี้ไปสัก 1 อาทิตย์ดูสิคะ เราจะเห็นได้เลยว่าอาหารแต่ละอย่างที่กินลงไป นับแคลฯ รวมกันแล้ว หักลบกับที่ออกกำลังกายไปแล้ว จะทำให้เราตาสว่างขึ้นมาทันที ว่าจริง ๆ อาหารอะไรที่เราควรลด และการออกกำลังกายของเราควรเพิ่มมากขึ้นน้อยแค่ไหน

คราวนี้สาวๆ พอจะเข้าใจแล้วใช่ไหมคะ ว่าการจดไดเอท แพลนเนอร์ มีผลยังไง มันถือเป็นการช่วยเตือนให้เรามีสติในการกินมากขึ้น รู้จักวางแผนในการออกกำลังกายมากขึ้น แอบบอกเลยว่าวิธีนี้เคยทำสาวเกาหลีคนนึงลดน้ำหนักไปได้ถึง 50 กก. เลยทีเดียว

2. เต้าหู้นิ่มช่วยลดน้ำหนัก

 

สาวซิสรู้ไหมคะว่า เต้าหู้นิ่มเนี่ย เป็นเมนูลดน้ำหนักชั้นเยี่ยมของไอดอลเกาหลีเลยล่ะ โดยที่ทุกๆ มื้อเนี่ยจะมีเต้าหู้เป็นส่วนประกอบของอาหารเสมอ แล้วจะตามด้วยนมเต้าหู้ หลังมื้ออาหาร บอกเลยว่าทริคลับ ๆ นี้แหละ ที่จะเป็นตัวช่วยให้เรา อิ่มท้องนาน แถมไม่รู้สึกทรมานอีกด้วยสาว ๆ คนไหนที่กำลังหาเมนูลดน้ำหนักในช่วง มื้อเย็น หรือหาเมนูที่ทานแป้งสามารถเลือกเต้าหู้ได้เลยน้า บอกเลยว่า ผอมไว ช่วยควบคุมน้ำหนักของเราได้ดี แอบบอกเลยว่าเต้าหู้นิ่ม 100 กรัม สามารถให้พลังงาน 50 – 70 แคลอรี่ แถมมีโปรตีน 5 – 9 กรัมเลยละค่ะ ทานแล้วอยู่ท้องนาน ไม่แปลกใจเลยทำไมไอดอลเกาหลีถึงนิยมกินกัน!

3. ออกกำลังกายด้วยแอโรบิค

อีกหนึ่งกีฬาที่สาวๆ หลายคนมองข้าม สาวๆ เชื่อไหมคะว่า การออกกำลังกายที่ไอดอลเกาหลีเลือกกันก็คือการ เต้นแอโรบิคนี่แหละค่ะ เพราะเป็นการออกกำลังกายที่สนุก แถมเพลิน ออกทีนี่เบิร์นแคลอรี่ได้สุดๆ โดยทางเราขอแอบแนะนำสาว ๆ คนไหนที่ไม่รู้ว่าจะออกที่ไหน หรือไม่มีสถานที่ ที่จะไป ลองเปิดหาคลิปออกกำลังกายแอโรบิคในอินเทอร์เน็ตดู บอกเลยว่ามีเยอะแยะเลย

แอโรบิค 1 ชั่วโมงเนี่ยสามารถเผาผลาญแคลอรี่ในร่างกายเราได้ถึง 500 แคลฯ เชียวนะ! รู้ขนาดนี้แล้ว ต้องเก็บไปพิจารณาหน่อยแล้วละค่ะ กับการออกกำลังกายด้วยวิธีนี้ ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ เลยทีเดียว! จะออกตามคลิปนี้ก็ได้นะซิส

4. เลือกสลัดเป็นอาหารจานหลัก

 

มาถึงวิธีนี้สาว ๆ อย่าพึ่งตกใจไปนะคะ ทางเราไม่ได้หมายความว่าให้สาวซิส เลือกทานแต่ผักโดยขาดสารอาหารประเภทอื่น ๆ น้า แต่ไอดอลเกาหลีเนี่ยเขาจะเน้นการทานผักเป็นพิเศษเลย โดยที่มื้อหลักของเขา จะมีผักเยอะกว่าสารอาหารประเภทอื่นๆ นั่นเอง

ซึ่งอาหาร 1 มื้อของเขาจะเน้นผักประมาณ 3 : 4 นั่นเองค่า สำหรับเมนูทานเล่นของเขา ก็ยังเป็นผักอยู่เหมือนเดิมค่ะซิส เมนูที่สาวเกาหลีเลือกทานแทนขนมก็คือ ฟักทอง สาวเกาหลีเลือกทานทั้งฟักทองแบบชิ้น และแบบน้ำ เพราะมันทำให้อยู่ท้องได้นาน แถมได้ผิวที่สวยขึ้นอีกด้วย รู้แบบนี้แล้ว ซิสอย่าลืมลองเอาวิธีนี้ไปทำตามดูน้า ผอมแล้วยังมีผิวสวยอีก ดีอะไรขนาดนี้

5. ไดเอทด้วยถ้วย

 

ถือเป็นอีกวิธีที่แปลกใหม่มากค่ะ .. ซิสอาจจะงงๆ ว่ายังไงหรอ ไดเอทด้วยถ้วย มาค่ะ เราจะมาไขความสงสัยให้กระจ่างแจ้งกัน ! ไอดอลเกาหลีเนี่ย เขาเลือกทานอาหารด้วยถ้วย เพื่อช่วยให้เห็นปริมาณของอาหารได้ชัดเจนขึ้นนั่นเองค่ะซิส มันจะช่วยให้เรานับแคลอรี่ได้ง่าย แถมไม่ทำให้เราเผลอรับประทานอาหารมากเกินความจำเป็น โดยวิธีการกินของเขาจะ มีถ้วยกระดาษ 3 ถ้วย แต่ละถ้วยก็จะแบ่งประเภทอาหารและปริมาณกัน มื้อเช้า : แป้ง 1 ถ้วย ผัก 1 ถ้วย และ โปรตีนครึ่งถ้วยมื้อกลางวัน : แป้ง 1 ถ้วย ผัก 1 ถ้วย และ โปรตีน 1 ถ้วยมื้อเย็น : แป้งครึ่งถ้วย ผัก 1 ถ้วย และ โปรตีน 2 ถ้วย

สาวๆ อาจจะเห็นได้ว่ามันค่อนข้างยุ่งยาก แต่มันสามารถกำหนดปริมาณอาหารของเราได้ชัดเจนน้า ถือเป็นอีกวิธีที่สาวๆ คนไหนขยันหน่อย ลองเลือกทำดู เพราะหลายๆ คนลองทำกันแล้วก็ยืนยันให้เสียงเดียวกันว่ามันช่วยลดน้ำหนักได้จริงๆ

6. ออกกำลังกายด้วย Hula Hoop

 

อีกหนึ่งกีฬายอดฮิตของไอดอลเกาหลี ที่นอกจากจะเลือกแอโรบิคแล้ว เหล่านางก็เลือก การเล่นฮูล่าฮูปนี่แหละค่ะสาวๆ อย่างที่ซิสเห็นกันเลยว่า สาวเกาหลีส่วนใหญ่ เอวบ๊างบาง ไม่รู้จะเอวเอสอะไรขนาดนั้น เห็นแล้วอิจฉาจริงๆ มาค่ะ วันนี้เราได้ทริคเอวเอสแบบสาวเกาหลีแล้ว สาวซิสลองไปออกกำลังกายด้วยฮูล่าฮูปกันดู บอกเลยว่าจริงๆ การออกกำลังกายด้วยวิธีนี้สามารถเผาผลาญแคลอรี่เราได้ถึง 300 – 400 แคลต่อชั่วโมงเลยน้า แถมยังช่วยให้หน้าท้องของเราเนี่ยแข็งแรงแบบสุดๆ อีกด้วย โอ๊ยตาย ง่ายอะไรแบบนี้ แค่ยืนหมุนๆ เอวแค่นี้ก็ผอมแล้ว ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเลยจริงๆ

7. ไดเอทด้วยการแบ่งทาน 5 มื้อ

อะ จัดให้ด้วยสูตรลดน้ำหนักแบบสาวไอดอลเกาหลีด้วยวิธีสุดท้ายกันเลยค่ะ! อีกหนึ่งเมนู น้ำถั่วแดง ที่สาวๆ เกาหลีเลือกกินเป็นเมนูลดน้ำหนัก บอกเลยว่าถั่วแดงเนี่ยสารพัดประโยชน์มากนะซิส เป็นแหล่งโปรตีนสูง แถมยังช่วยเพิ่มระบบเผาผลาญให้กับร่างกายทำงานมากขึ้น และลดความอยากอาหารของเราอีกด้วย สาว ๆ คนไหนที่กินอะไรก็ไม่อิ่ม ลองทานน้ำถั่วแดงเป็นเมนูของว่าง หรือหลังมื้ออาหารแบบสาวเกาหลีกันดูสิคะ บอกเลยว่า ผอมแน่นอนงานนี้

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับวิธี ลดน้ำหนักแบบไอดอลเกาหลี อึ้ง อึ้ง ไปเลยใช่ไหม บอกเลยมีแต่เคล็ดลับและทริคดีๆ ทั้งนั้น! ไม่แปลกใจกันเลย ว่าทำไมเขาถึงผอมกัน หลังจากที่ได้อ่านวิธีลดแต่ละวิธีไป ซิสก็คิดเหมือนกันใช่ไหม ว่าน่าสนใจ น่าลองไปทำตามทุกวิธีเลยสาวๆ คนไหน ที่กำลังหาวิธีไดเอทกันอยู่ ก็อย่าลืมลองเอาวิธีลดน้ำหนักแบบไอดอลเกาหลีไปลองทำตามกันดู บอกเลยง้ายง่าย

ไม่ได้ยากเกินความสามารถของสาวๆ เลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าสาวๆ คิดจะไดเอทกันแล้ว ก็อย่าลืมที่จะมีวินัยกับตัวเองน้า ทุกอย่างจะได้บรรลุตามเป้าที่เรากำหนดไว้ ยังไงๆ วันนี้ก็ขอลาไปก่อนแล้วบ๊ายบาย